ราคาทองคําวันนี้

ราคาทองวันนี้ล่าสุดจากสมาคมค้าทองคํา ทองแท่ง ทองรูปพรรณ ราคาทองย้อนหลัง กราฟราคาทอง ข่าวแนวโน้มราคาทอง

หุ้นไทยร้อนแรง ทุบสถิติรอบ18ปี พุ่งทะยาน25จุด

โดย ราคาทองคำวันนี้

หุ้นไทยร้อนไม่เลิก พุ่ง 25 จุด ทุบสถิติรอบ 18 ปี 3 เดือน เงินท่วมตลาดเคาะกันกว่า 7.2 หมื่นล้าน โบรกเกอร์ประสานเสียง ปรับเป้าดัชนีสู่ยอดดอย 1,700 จุด ส่วนหุ้นเล็กถูกทุบ ร่วงกราวรูด…

ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นไทยวันที่ 13 ก.พ.ที่ผ่านมา ปรากฏว่า มีแรงซื้อเข้ามาอย่างหนาแน่น โดยเข้าไล่ซื้อหุ้นขนาดใหญ่ในกลุ่มพลังงาน ธนาคารพาณิชย์และสื่อสาร ดันดัชนีปรับตัวขึ้นอย่างร้อนแรง โดยขึ้นไปสูงสุดที่ระดับ 1,516.21 จุด ก่อนมาปิดตลาดที่ 1,514.11 จุด เพิ่มขึ้น 25.16 จุด ทำนิวไฮสูงสุดใหม่ในรอบ 18 ปี 3 เดือน นับจากวันที่ 7 พ.ย. 37 ซึ่งดัชนีอยู่ที่ 1,504.15 จุด โดยตลอดทั้งวันมีมูลค่าการซื้อขายหนาแน่น 72,023.79 ล้านบาท ต่างชาติซื้อสุทธิ 823.73 ล้านบาท

ขณะที่พบว่า โบรกเกอร์หลายสำนักต่างพร้อมใจกันขยับเป้าดัชนีหุ้นไทยปีนี้ ขึ้นไปถึงระดับ 1,700 จุด ดันหุ้นพื้นฐานขนาดใหญ่เรียงหน้าขึ้นทั้งกระดาน โดย บล.ภัทร ปรับเพิ่มเป้าดัชนีปีนี้ขึ้นเป็น 1,700 จุด จากเดิมให้ไว้ที่ 1,500 จุด เช่นเดียวกับ บล.โกลเบล็ก ที่มองว่าหุ้นปีนี้ได้แตะ 1,700 จุด ส่วน บล.ทรีนีตี้ ก็ได้ปรับเป้าดัชนีหุ้นปีนี้ขึ้นเป็น 1,650 จุด เดิมเป้าเดิมให้ไว้ที่ 1,550 จุด เช่นเดียวกับ บล.โนมูระพัฒนาสิน ที่ขยับเป้าดัชนีปีนี้ขึ้นเป็น 1,650 จุด หลังดัชนีหุ้นไทยยังคงร้อนแรงต่อเนื่องนับจากต้นปี ฟากโบรกต่างชาติอย่าง บล.เครดิตลียองเนส์ (CLSA) ประเทศไทย ก็ให้เป้าดัชนีหุ้นไทยปีนี้ที่ 1,700 จุด เช่นกัน

อย่างไรก็ตาม หุ้นใหญ่ที่ปรับตัวขึ้นร้อนแรง ได้สวนทางกับความเคลื่อนไหวของหุ้นเก็งกำไรขนาดเล็ก ประเภท 5 ตัว 10 บาท หรือ 3 ตัว 10 บาท ที่โดนทุบราคาร่วงเกลื่อนกระดาน ท่ามกลางข่าวลือสนั่นห้องค้าว่า ตลาดหลักทรัพย์จ่อออกมาตรการสกัดดาวรุ่ง หลังรองผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ นายภากร ปีติธวัชชัย แย้มไต๋ กำลังปรับเกณฑ์ควบคุมการสร้างราคา เพื่อให้การปั่นหุ้นทำได้ยากขึ้น

ขณะที่ นายวรพล โสคติยานุรักษ์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ออกมาบอกสวนทางว่า ขณะนี้ยังไม่มีความจำเป็นที่จะต้องออกกฎเกณฑ์ใหม่เพื่อมาสกัดความร้อนแรง และป้องกันการสร้างราคา เนื่องจากเห็นว่า ปัจจุบันตลาดหลักทรัพย์มีมาตรการดูแลที่เพียงพออยู่แล้ว และไม่เห็นด้วยที่จะมีมาตรการสกัดเงินไหลเข้า เพราะยังไม่เห็นความผิดปกติ

โดยนายอนุวัฒน์ ร่วมสุข ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ หัวหน้าฝ่ายตลาดตราสารทุนสายงานวาณิชธนกิจและตลาดตราสารทุน บล.ภัทร กล่าวว่า เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ภัทรได้ปรับเพิ่มเป้าหมายดัชนีหุ้นไทยปีนี้ขึ้นเป็น 1,700 จุด จากเป้าเดิมที่ประเมินไว้ที่ 1,500 จุด แต่เป้าหมายใหม่ที่ 1,700 จุด จะไปได้ถึงหรือใหม่จะอยู่ภายใต้เงื่อนไขสำคัญ คือการคาดการณ์กำไรของบริษัทจดทะเบียนจะขยายตัวได้ 15-17% จากปีก่อน และที่สำคัญคือมีปัจจัยหนุนจากการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ มูลค่า 2.2 ล้านล้านบาท และโครงการบริหารจัดการน้ำ 3.5 แสนล้านบาท ที่ต้องเห็นความคืบหน้า ขั้นตอนต่างๆ เป็นไปตามที่รัฐบาลวางแผนไว้ แม้เม็ดเงินลงทุนอาจจะไม่ได้เห็นออกมาในปีนี้มากนัก แต่สิ่งที่นักลงทุนต้องการเห็น คือความเชื่อมั่นในการเดินหน้าโครงการ มีการอนุมัติงบออกมาชัดเจน รวมทั้งระยะเวลาในการเบิกจ่าย

นอกจากนี้ ประเทศไทยยังได้รับประโยชน์จากการเปิดเขตเศรษฐกิจเสรีอาเซียน ในการขยายการลงทุนและการค้าขายไปในประเทศใกล้เคียง ทั้งลาว กัมพูชา พม่า เวียดนาม รวมทั้งการขยายตัวของเศรษฐกิจตามแนวชายแดน ที่จะทำให้มีการจับจ่ายใช้สอยเกิดขึ้นมากขึ้น ซึ่งจะทำให้ภาคธุรกิจและเศรษฐกิจของไทย ได้ประโยชน์ รวมถึงการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ ที่ทำให้ประชาชนมีกำลังซื้อมากขึ้น รวมทั้งมีสัดส่วนคนชั้นกลางที่มากขึ้นด้วย ขณะที่ปัจจัยเศรษฐกิจโลก ต้องไม่มีการเปลี่ยนแปลงในทิศทางที่เป็นลบจากแนว โน้มปัจจุบัน ที่ประเมินว่า เศรษฐกิจสหรัฐฯ ไม่ถดถอย และค่อยๆ เริ่มฟื้นตัว ส่วนเศรษฐกิจยุโรปขณะนี้ เราเชื่อว่าไม่มีประเทศไหนจะล้มละลายหรือวิกฤติหนักไปกว่านี้ นอกจากนี้ สภาพคล่องหรือกระแสเงินทุนในตลาดโลกก็ยังเป็นปัจจัยสำคัญที่เข้ามาช่วยขับเคลื่อนตลาดและราคาหุ้น

“ปัจจัยต่างๆ เหล่านี้จะต้องไม่เปลี่ยนแปลงในทิศทางที่แย่ลง เช่นไม่มีประเทศไหนในยุโรปที่วิกฤติถึงขั้นล้มละลายอีก หรือเศรษฐกิจสหรัฐฯ ไม่กลับมาถดถอย เศรษฐกิจไทยยังคงเติบโตได้ดี และขั้นตอนการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน 2.2 ล้านล้าน มีความชัดเจนคืบหน้าที่จะสร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุนได้ ขณะที่สภาพคล่องในตลาดโลกยังมหาศาล เศรษฐกิจโลกค่อยๆ เติบโตได้ แต่จะทำให้รอบของราคาพลังงานและสินค้าโภคภัณฑ์ปิโตรเคมีกลับขึ้นมาดึงให้ ตลาดหุ้นปรับตัวขึ้นได้ต่อเนื่องไปถึง 1,700 จุดได้ แต่หากมีปัจจัยเปลี่ยนในทิศทางแย่ลงเราก็ต้องกลับมารีวิวทบทวนเป้าดัชนีอีกครั้ง” นายอนุวัฒน์

นายอนุวัฒน์ ยังกล่าวว่า แม้ภัทรจะยังมีมุมมองเชิงบวกต่อตลาด แต่ยังต้องระมัดระวัง โดยเฉพาะการลงทุนในครึ่งปีแรก โดยนักลงทุนต้องเลือกลงทุนหุ้นที่มีปัจจัยพื้นฐานรองรับ ในกลุ่มธุรกิจที่ยังมีโอกาสเติบโตหรือขยายตัวได้จริงๆ เช่น กลุ่มธนาคารพาณิชย์ พลังงานและอสังหาริมทรัพย์

ขณะที่นายจักรกริช เจริญเมธาชัย กรรมการผู้จัดการฝ่ายกลยุทธ์การลงทุน บล.โกลเบล็ก กล่าวว่าว่าดัชนีหุ้นไทยปีนี้จะสามารถแตะที่ระดับ 1,700 จุดได้ จากปริมาณเงินในระบบที่เพิ่มขึ้น 5 เท่าจากมาตรการผ่อนคลายนโยบายการเงินจาก ธนาคารกลางทั่วโลกทั้งยุโรป สหรัฐฯ และญี่ปุ่น โดยคาดว่าครึ่งปีแรก ดัชนีจะแกว่งตัวในกรอบ 1,450 – 1,550 จุด โดยตลาดมีปัจจัยบวกจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล ในการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานกว่า 2.2 ล้านล้านบาท ทำให้หุ้นกลุ่มที่น่าจะได้รับอานิสงค์ คือ กลุ่มวัสดุก่อสร้าง และรับเหมาก่อสร้าง พร้อมทั้งยังคงให้น้ำหนักหุ้นในกลุ่มธนาคารพาณิชย์ กลุ่มอสังหาริมทรัพย์ และกลุ่มสื่อสารด้วย ประกอบกับทิศทางเศรษฐกิจ สหรัฐอเมริกา และยุโรป ปรับตัวผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว โดยเรามองว่าดัชนีตลาดหุ้นไทยในครึ่งปีแรกมีโอกาสแตะ 1,550 จุด

ด้านนายวรพล โสคติยานุรักษ์ เลขาธิการ ก.ล.ต. กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่มีความจำเป็นที่จะต้องมีการออกกฎเกณฑ์ใหม่เพื่อมาสกัดความร้อนแรง และป้องกันการสร้างราคาในตลาดหลักทรัพย์ เนื่องจากปัจจุบันตลาดหลักทรัพย์มีมาตรการดูแลเรื่องนี้เพียงพออยู่แล้ว แต่สิ่งที่ควรทำมากที่สุดขณะนี้ คือ สมาคมนักวิเคราะห์ควรมีการประชุมหารือเพื่อให้นักวิเคราะห์ออกบทวิเคราะห์ ให้นักลงทุนทราบได้ถึงข้อมูลที่แท้จริงของบริษัทก่อนที่จะมีการลงทุน

“ก.ล.ต.ได้มีการหารือกับตลาดหลักทรัพย์ตลอดกฎเกณฑ์ปกติที่มีอยู่ก็เพียงพอและครบถ้วนไม่จำเป็นต้องออกเกณฑ์ใหม่เพิ่ม และตลาดหลักทรัพย์ก็สามารถตรวจสอบความผิดปกติในตลาดฯ ได้อยู่แล้ว” นายวรพล กล่าว

สำหรับกรณีที่มูดี้ส์ อินเวสเตอร์ เซอร์วิส ได้เผยแพร่บทวิเคราะห์ โดยระบุว่า ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) น่าจะนำมาตรการควบคุมเงินทุนมาใช้สกัดกั้นเงินร้อนที่ไหลเข้ามาในไทยนั้น มองว่า ยังไม่มีความจำเป็นในขณะนี้ เนื่องจากยังไม่มีเครื่องบ่งชี้ว่าการไหลเข้าของเงินทุนมีความผิดปกติ และเงินที่เข้าในตลาดหุ้นไทยขณะนี้ส่วนใหญ่เป็นเงิน จากนักลงทุนรายบุคคลในประเทศที่เข้ามาลงทุนในหุ้นเล็กเป็นหลัก

“ไม่มีเครื่องบ่งชี้เลยว่าเงินที่ไหลเข้ามาในตลาดหุ้นตอนนี้จะซ้ำรอยอดีต จึงเห็นว่าไม่มีควรมีการออกมาตรการใดๆ เข้ามาสกัดการเคลื่อนย้ายของเงินทุน เพราะไม่มีอะไรผิดปกติ และมูลค่าการลงทุนจากต่างประเทศก็ไม่ได้สูงมาก”.

ข่าววิเคราะห์แนวโน้มราคาทอง 7 วันล่าสุด

กังวลเงินเฟ้อสหรัฐพุ่ง หนุนเฟดเร่งขึ้นดอกเบี้ย ฉุดทองคําร่วง

ดอลลาร์แข็งกดดันทองคําปรับลดลง คืนนี้ติดตามดัชนี PCE สหรัฐ

ดอลลาร์แข็งกดดันทองคําลด ทองไทยบาทแข็งกดดันร่วงแรง 2 วันติด

พันธบัตรสหรัฐพุ่ง เศรษฐกิจแข็งแกร่ง ฉุดแรงเทขายทองคําร่วง

ทองคําฟื้นตัวขึ้น สัปดาห์นี้ติดตามดัชนีการบริโภค PCE สหรัฐ

กังวลเศรษฐกิจถดถอยหนุนแรงซื้อทองคํา-เฟดเร่งขึ้นดอกเบี้ยกดดัน

ดอลลาร์แข็ง-วิตกเฟดเร่งขึ้นดอกเบี้ยไม่มีเงื่อนไข กดดันทองคํา


ราคาทองวันนี้ล่าสุด(01/07/2565)

ราคาทองตามประกาศสมาคมค้าทองคำ

96.5%รับซื้อขายออก
ทองคำแท่ง30,200.0030,300.00
ทองรูปพรรณ29,652.9630,800.00
วันนี้ -5050
01 กรกฎาคม 2565เวลา 14:31 น.(ครั้งที่ 5)

ข่าวและบทความที่เกี่ยวข้อง

เรื่องที่เกี่ยวข้อง: ข่าวหุ้น, ข่าวเศรษฐกิจ



ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *