ทองฟื้นทางเทคนิคบวกกับดอลลาร์อ่อน ในประเทศบาทแข็งทองขึ้นน้อย
โดย
ราคาทองคำปรับตัวเพิ่มขึ้น เนื่องมาจากปัจจัยบวกจากการอ่อนค่าของสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ หลังมีการเทขายทำกำไรเงินดอลลาร์ที่แข็งค่าขึ้นในช่วงที่ผ่านมา นอกจากนี้การปรับตัวเพิ่มขึ้นของทองคำในครั้งนี้มาจากสัญญานทางเทคนิคของทองคำหลังจากมีสัญญาณขายมากเกินไป(Oversold)
ทองคำได้รับแรงหนุนจากการอ่อนค่าลงของสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ โดยการอ่อนค่าของเงินดอลลาร์จะส่งผลให้ทองคำที่ซื้อขายในรูปสกุลเงินดอลลาร์มีราคาถูกลงและน่าดึงดูดใจสำหรับนักลงทุนที่ถือสกุลเงินอื่นๆ โดยการอ่อนค่าลงของเงินดอลลาร์สหรัฐ เนื่องจากนักลงทุนเทขายทำกำไรหลังจากเงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้นในช่วงที่ผ่านมา นอกจากนี้เงินดอลลาร์อ่อนค่าลงเมื่อเทียบเงินเยน หลังจากธนาคารกลางญี่ปุ่น(BOJ) มีมติคงนโยบายผ่อนคลายทางการเงินในการประชุมเมื่อวานนี้ พร้อมทั้งคงการประเมินทางเศรษฐกิจ โดยระบุว่าเศรษฐกิจญี่ปุ่น กำลังฟื้นตัวปานกลางและเชื่อว่าอัตราเงินเฟ้อยังคงมีแนวโน้มปรับตัวขึ้น
นอกจากนี้ ยังพบว่าการฟื้นตัวของทองคำเป็นการฟื้นตัวทางเทคนิคเนื่องมาจากเครื่องมือทางเทคนิคส่งสัญญาณขายมากเกินไป(Oversold)
แต่อย่างไรก็ตาม ทองคำปรับตัวขึ้นได้ไม่มากนักเนื่องจากมีปัจจัยลบกดดัน หลังจากมีการเปิดเผยรายงานการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด) ครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 27-28 ตุลาคมที่ผ่านมา ระบุว่า เจ้าหน้าที่กำหนดนโยบายส่วนใหญ่ของเฟดมีความเห็นที่สอดคล้องกันว่าเฟดควรจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมครั้งหน้าเดือนธันวาคมนี้
นอกจากนี้ ข้อมูลเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งของสหรัฐเป็นปัจจับลบกดดันทอง โดยกระทรวงแรงงานสหรัฐได้รายงานจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรกสัปดาห์ที่แล้ว ลดลง 5,000 ราย สู่ระดับ 271,000 ราย ซึ่งตัวเลขดังกล่าวต่ำกว่าระดับ 300,000 รายเป็นสัปดาห์ที่ 37 ติดต่อกัน และยังคงอยู่ใกล้ระดับต่ำสุดในรอบกว่า 40 ปี ซึ่งเป็นสัญญาณบ่งชี้ว่าตลาดแรงงานยังคงมีความแข็งแกร่ง
ส่วนรายงานเศรษฐกิจที่สำคัญในวันนี้ จะมีคำแถลงของประธานธนาคารกลางยุโรป ต้องติดตามว่าจะมีการส่งสัญญาณถึงการเพิ่มวงเงินซื้อพันธบัตรในการดำเนินมาตรการ QE หรือไม่ในการประชุมต้นเดือนธันวาคม ที่อาจทำให้เงินดอลลาร์เทียบกับยูโรแข็งค่าขึ้นและกดดันต่อราคาทองคำ
ทางด้านราคาทองในประเทศ เมื่อวานนี้ทองปรับขึ้นและลงอย่างละครั้งชดเชยราคากัน ขณะที่เปิดตลาดทองในประเทศเช้าวันนี้ ปรับขึ้น 50 บาท หลังจากทองคำตลาดโลกฟื้นตัวขึ้น อย่างไรก็ตามการแข็งค่าขึ้นของเงินบาทในเช้านี้ได้ส่งผลทำให้ทองปรับขึ้นได้น้อย
บริษัท ฮั่วเซ่งเฮง โกลด์ฟิวเจอร์ส จำกัด กล่าวว่า แนวโน้มราคาทองคำคาดเคลื่อนไหวในกรอบ 1,065-1,100 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ระยะสั้นทองคำมีแนวรับสำคัญที่ 1,065 ดอลลาร์ต่อออนซ์ จากการที่กองทุน SPDR หยุดการขายทองคำติดต่อกัน 3 วัน ทำให้คาดว่าช่วยพยุงราคาทองคำไม่ให้หลุดแนวรับที่ 1,065 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่มีแนวต้านระยะสั้นที่ 1,085 และ 1,095-1,100 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ตามลำดับ
แรงขายทำกำไรฉุดทองคําโลกร่วงหนัก ทองไทยบาทแข็งร่วมกดดันลงแรง
ทองคำโลก-ไทยพุ่งนิวไฮแรง หลังทรัมป์ประกาศภาษีตอบโต้ทั่วโลก
แรงขายฉุดทองคําลดลงระยะสั้น แนวโน้มยังสดใส ทองไทยบาทอ่อนหนุน
แรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัยหนุทองคําโลก-ไทยพุ่งแรงนิวไฮต่อเนื่อง
ทองคําขึ้นนิวไฮต่อเนื่อง จับตามาตราการภาษีสหรัฐหนุนแรงซื้อ
แรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัยปัจจัยหนุนทองคําโลก-ไทยเพิ่มขึ้นนิวไฮ
กังวลสงครามการค้าทวีความรุนแรงหนุนแรงซื้อทองคําโลก-ไทยนิวไฮ
ราคาทองตามประกาศสมาคมค้าทองคำ
96.5% | รับซื้อ | ขายออก |
---|---|---|
ทองคำแท่ง | 50,100.00 | 50,200.00 |
ทองรูปพรรณ | 49,194.20 | 51,000.00 |
วันนี้ -450 | 100 | |
04 เมษายน 2568 | เวลา 17:11 น. | (ครั้งที่ 22) |
เรื่องที่เกี่ยวข้อง: ข่าวค่าเงิน, ข่าวราคาทองคำ, ข่าวหุ้น, ข่าวเศรษฐกิจ, วิเคราะห์ทอง, แนวโน้มราคาทอง