ทองร่วงหนักทั้งสัปดาห์ จากดอลลาร์แข็งเฟดยืนยันขึ้นดอกเบี้ย ในประเทศร่วง750
โดย
ราคาทองคำนิวยอร์กปิดร่วงลงเป็นวันที่ 7 โดยล่าสุดทองคำได้รับปัจจัยลบกดดันเนื่องจากรายงานเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐอย่างตัวเลขการจ้างนอกภาคเกษตรที่พุ่งขึ้นแข็งแกร่งเกินคาด ส่งผลให้นักลงทุนเชื่อมั่นว่าธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในช่วงเดือนธันวาคมนี้
ทองเผชิญปัจจัยลบมาตั้งแต่สุดสัปดาห์ก่อนและตลาดทั้งสัปดาห์นี้ จากปัจจัยที่สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นเป็นปัจจัยส่งผลกดดันต่อทองคำมาตลอด โดยล่าสุดสกุลเงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้นหลังจากกระทรวงแรงงานสหรัฐรายงานว่า ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรในเดือนตุลาคมของสหรัฐพุ่งขึ้น 271,000 ตำแหน่ง ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนธันวาคมของปีแล้ว(2557) ขณะที่อัตราการว่างงานลดลงสู่ระดับ 5.0% ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 7 ปีครึ่ง หรือนับตั้งแต่เดือนเมษายน 2551 จาก 5.1% ในเดือนกันยายน
โดยก่อนหน้านี้ นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า การจ้างงานนอกภาคการเกษตรของสหรัฐในเดือนตุลาคมจะเพิ่มขึ้นเพียง 183,000 ตำแหน่ง และอัตราการว่างงานจะอยู่ที่ระดับ 5.0% ซึ่งจากข้อมูลของตลาดแรงงานที่ยังคงเอื้อต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจดังกล่าว นักวิเคราะห์มองว่าเฟดมีโอกาสที่จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยต่อจากนี้ หลังจากมีข้อมูลจ้างงานล่าสุดที่แข็งแกร่ง
ขณะเดียวกัน การแถลงการณ์เมื่อกลางสัปดาห์ของเจ้าหน้าที่ระดับสูงของเฟดหลายราย รวมถึงนางเจเน็ต เยลเลน ประธานเฟด ต่างออกมาแสดงความคิดเห็นเมื่อเร็วๆ นี้ในเรื่องนโยบายการเงิน ซึ่งก็ได้ช่วยหนุนกระแสคาดการณ์ของตลาดเกี่ยวกับการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยภายในปีนี้
โดย นางเยลเลนกล่าวแถลงต่อคณะกรรมาธิการบริการการเงินประจำสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐเมื่อวันพุธที่ผ่านมา โดยระบุว่า เฟดอาจจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมวันที่ 15-16 ธันวาคม พร้อมกล่าวเสริมว่า เดือนธันวาคม เป็นช่วงเวลาที่มีความเป็นไปได้ในการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย เนื่องจากเศรษฐกิจสหรัฐปรับตัวน่าพอใจ
ด้านนายชาร์ลส์ อีแวนส์ ประธานเฟด สาขาชิคาโก กล่าวว่า ตัวเลขการจ้างงานของสหรัฐในเดือนตุลาคมถือเป็นตัวเลขที่ดี และถือเป็นข่าวดีที่จะสนับสนุนมุมมองของเขาสำหรับปี 2559 แม้เขาระบุว่า ยังคงมีความไม่แน่นอนที่ว่าอัตราเงินเฟ้อจะสามารถปรับตัวกลับไปอยู่ที่ระดับเป้าหมายของเฟดที่ 2% ภายในช่วงเวลาที่เหมาะสมได้หรือไม่
ทางด้านราคาทองในประเทศ ตลอดทั้งสัปดาห์นี้ซึ่งเป็นช่วงเริ่มต้นของเดือนพฤศจิกายน ทองในประเทศร่วงลงตลอดทั้งสัปดาห์รวม 750 บาท โดยเปิดตลาดวันเสาร์ทองร่วง 150 บาท ซึ่งเป็นผลมาจากการร่วงลงของทองคำตลาดโลก หลังตัวเลขจ้างงานสหรัฐแข็งแกร่งเกินคาด ขณะที่เงินบาทเคลื่อนไหวอ่อนค่าเล็กน้อยจนมากถึงช่วงสุดสัปดาห์หลังพบว่าตัวเลขการจ้างงานของสหรัฐแข็งแกร่งส่งผลให้เงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้นมาก ส่วนเงินบาทอ่อนค่าลงอย่างรวดเร็ว ซึ่งส่งผลเป็นปัจจัยบวกต่อทองในประเทศในตอนที่ที่ถูกดดันอย่างหนักจากการร่วงลงของทองคำตลาดโลก
บริษัท ฮั่วเซ่งเฮง โกลด์ฟิวเจอร์ส จำกัด วิเคราะห์แนวโน้มราคาทองคำทางเทคนิคเอาไว้ว่า ทองคำมีแนวรับสำคัญระยะสั้นบริเวณ 1,100-1,105 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และแนวรับสำคัญถัดไปที่ 1,080 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ส่วนแนวต้านระยะสั้นอยู่ที่ 1,130และ 1,140 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ตามลำดับ
แรงขายทำกำไรฉุดทองคําโลกร่วงหนัก ทองไทยบาทแข็งร่วมกดดันลงแรง
ทองคำโลก-ไทยพุ่งนิวไฮแรง หลังทรัมป์ประกาศภาษีตอบโต้ทั่วโลก
แรงขายฉุดทองคําลดลงระยะสั้น แนวโน้มยังสดใส ทองไทยบาทอ่อนหนุน
แรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัยหนุทองคําโลก-ไทยพุ่งแรงนิวไฮต่อเนื่อง
ทองคําขึ้นนิวไฮต่อเนื่อง จับตามาตราการภาษีสหรัฐหนุนแรงซื้อ
แรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัยปัจจัยหนุนทองคําโลก-ไทยเพิ่มขึ้นนิวไฮ
กังวลสงครามการค้าทวีความรุนแรงหนุนแรงซื้อทองคําโลก-ไทยนิวไฮ
ราคาทองตามประกาศสมาคมค้าทองคำ
96.5% | รับซื้อ | ขายออก |
---|---|---|
ทองคำแท่ง | 50,100.00 | 50,200.00 |
ทองรูปพรรณ | 49,194.20 | 51,000.00 |
วันนี้ -450 | 100 | |
04 เมษายน 2568 | เวลา 17:11 น. | (ครั้งที่ 22) |
เรื่องที่เกี่ยวข้อง: ข่าวค่าเงิน, ข่าวราคาทองคำ, ข่าวเศรษฐกิจ, วิเคราะห์ทอง, แนวโน้มราคาทอง