สถานการณ์ยุโรปกดดันราคาทองปรับฐาน
โดยพิษฝรั่งเศสถูกปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือ ลง 1 ขั้น และปัญหาคาราคาซัง เรื่อง fiscal cliff กลายเป็นปัจจัยที่กดดันราคาทองคำให้มีการปรับฐาน คาดยังคงปรับตัวในกรอบแคบๆ ด้านนักวิเคราะห์ให้แนวรับไว้ที่บริเวณ 1,720 และ 1,710 ดอลลาร์ต่อออนซ์…
ราคาทองคำแกว่งตัวขึ้นลงในกรอบแคบในการซื้อขายช่วงกลางวัน โดยมีแรงกดดันจากความกังวลของนักลงทุนภายหลังมีการปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือของฝรั่งเศสลง 1 ขั้น และในการซื้อขายช่วงค่ำได้มีแรงขายกลับออกมาอีก หลังทราบคำแถลงของประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ ที่กดดันให้มีแรงขายในสินทรัพย์เสี่ยงกลับออกมา
โดยราคาทองคำปิดตลาดเมื่อคืนนี้ที่ 1,728.54 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ปรับตัวลดลงจากระดับปิดของวันจันทร์ 2.96 ดอลลาร์ ราคาทำจุดต่ำสุดและจุดสูงสุดที่บริเวณ 1,722 และ 1,734 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ตามลำดับ ส่วนราคาซื้อขายทองคำแท่งในประเทศชนิด 96.5% เมื่อวานนี้ ขายออกที่บาทละ 25,200 บาท และรับซื้อคืนที่บาทละ 25,100 บาท กองทุน SPDR ไม่มีการเปลี่ยนแปลงปริมาณการถือครองทองคำ โดยปัจจุบันกองทุนถือครองทองคำรวม 1,342.2 ตัน
การประชุมของธนาคารกลางญี่ปุ่นวานนี้ มีมติให้คงเป้าหมายอัตราดอกเบี้ยเผื่อเรียกข้ามคืน ไว้ที่ 0-0.10% ตามความคาดหมาย และไม่ได้ขยายวงเงินในโครงการซื้อสินทรัพย์ขึ้นจากระดับ 91 ล้านล้านเยน (1.12 ล้านล้านดอลลาร์) ในปัจจุบัน หลังจากที่ได้ผ่อนคลายนโยบายเป็นเดือนที่ 2 ติดต่อกันในเดือนที่แล้ว
ทั้งนี้ ธนาคารกลางญี่ปุ่นต้องการที่จะรักษาทางเลือกที่มีจำกัดไว้ เนื่องจากอาจต้องเผชิญแรงกดดันทางการเมืองที่รุนแรงขึ้นหลังการเลือกตั้งในเดือนหน้า เนื่องจาก นายชินโซ อาเบะ ผู้นำพรรคเสรีประชาธิปไตย (LDP) ซึ่งเป็นพรรคฝ่ายค้าน และมีแนวคิดเรื่องการผ่อนคลายทางการเงิน เป็นนโยบายหลักในการหาเสียง ซึ่งได้รับการคาดการณ์ว่าจะก้าวขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีคนต่อไป ทำให้ธนาคารกลางญี่ปุ่น กลายเป็นจุดศูนย์กลางของการถกเถียงทางเศรษฐกิจ ก่อนการเลือกตั้งในวันที่ 16 ธ.ค. และหากมีการผ่อนคลายทางการเงินเพิ่มเติม ก็จะกดดันให้ราคาทองปรับตัวลงจากการแข็งค่าของเงินดอลลาร์ที่อาจเกิดขึ้นได้ในอนาคต
นอกจากประเด็นดังกล่าวแล้ว ราคาทองยังถูกกดดันจากความกังวลสถานการณ์ของยุโรป หลังจาก มูดี้ส์ อินเวสเตอร์ เซอร์วิส สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือระหว่างประเทศได้ปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือของฝรั่งเศสลง 1 ขั้นสู่ Aa1 จากระดับ Aaa โดยระบุถึงแนวโน้มทางการคลังที่ไม่แน่นอน และระบุว่าจะยังคงแนวโน้มเชิงลบต่ออันดับความน่าเชื่อถือของฝรั่งเศส อันเนื่องจากปัญหาด้านโครงสร้าง และการสูญเสียขีดความสามารถในการแข่งขันอย่างต่อเนื่องของประเทศ
และด้วยประเด็นดังกล่าว จึงกดดันให้ตลาดหุ้นเอเชียต่างปรับฐานลงหลังจากดีดตัวขึ้น ในช่วงเปิดตลาด และกดดันการเคลื่อนไหวของราคาทองคำ ผ่านการแข็งค่าขึ้นของเงินดอลลาร์ และในช่วงค่ำคำแถลงของประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ ซึ่งสร้างความกังวลต่อการถือครองสินทรัพย์เสี่ยง และส่งผลให้เงินดอลลาร์ดีดตัวแข็งค่าขึ้นเช่นกัน หลังจากประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ กล่าวถึงความเสี่ยงของเศรษฐกิจสหรัฐฯ ในกรณีที่ไม่มีการแก้ไขปัญหา fiscal cliff ได้ทันกำหนด จนทำให้ราคาทองปรับตัวลงอย่างรวดเร็ว หลังจากที่ทราบคำแถลงดังกล่าว
อย่างไรก็ตาม คาดว่าการปรับฐานของราคาทองจากความกังวลในประเด็นนี้จะเกิดขึ้นในช่วงสั้นๆ และหากไม่สามารถแก้ไขปัญหา fiscal cliff ได้ทันกำหนด ก็จะเป็นปัจจัยบวก ที่ทำให้ราคาทองกลับดีดตัวขึ้นได้ต่อไป ส่วนในระยะสั้นคาดว่าราคาทองยังมีแนวโน้มที่จะแกว่งตัวในกรอบแคบ โดยภาพเทคนิคของราคาทองยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ หากราคาปรับฐานลงมายังแนวรับบริเวณ 1,720 และ 1,710 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แล้วสามารถยืนเหนือแนวรับบริเวณนี้ได้ คาดว่าราคาจะดีดตัวกลับขึ้นไปยังแนวต้านบริเวณ 1,735-1,740 และ 1,750 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ได้อีกครั้ง.
ข่าวจาก : ไทยรัฐออนไลน์
ทองคำโลก-ไทยพุ่งนิวไฮแรง หลังทรัมป์ประกาศภาษีตอบโต้ทั่วโลก
แรงขายฉุดทองคําลดลงระยะสั้น แนวโน้มยังสดใส ทองไทยบาทอ่อนหนุน
แรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัยหนุทองคําโลก-ไทยพุ่งแรงนิวไฮต่อเนื่อง
ทองคําขึ้นนิวไฮต่อเนื่อง จับตามาตราการภาษีสหรัฐหนุนแรงซื้อ
แรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัยปัจจัยหนุนทองคําโลก-ไทยเพิ่มขึ้นนิวไฮ
กังวลสงครามการค้าทวีความรุนแรงหนุนแรงซื้อทองคําโลก-ไทยนิวไฮ
ดอลลาร์แข็งค่ากดดันทองคํา-กังวลต่อสงครามการค้าโลกหนุนแรงซื้อ
ราคาทองตามประกาศสมาคมค้าทองคำ
96.5% | รับซื้อ | ขายออก |
---|---|---|
ทองคำแท่ง | 50,650.00 | 50,750.00 |
ทองรูปพรรณ | 49,739.96 | 51,550.00 |
วันนี้ 150 | -50 | |
03 เมษายน 2568 | เวลา 16:18 น. | (ครั้งที่ 28) |
เรื่องที่เกี่ยวข้อง: ข่าวราคาทองคำ