ธนาคารยุโรปเริ่มมีเสถียรภาพ หนุนราคาทอง
โดยนักวิเคราะห์ แนะจับตาผลการประชุมธนาคารกลางยุโรป สัปดาห์หน้า คาดส่งแรงหนุนราคาทอง หลังธนาคารในยุโรปเริ่มมีเสถียรภาพ ให้แนวต้านอยู่ที่บริเวณ 1,675 และ 1,685-1,690 ดอลลาร์ต่อออนซ์…
ประเด็นสำคัญที่กระทบต่อตลาดทองคำสัปดาห์นี้ เป็นการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ ผลการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐฯเมื่อคืนวันพุธ เป็นไปตามที่ตลาดคาด โดยธนาคารกลางสหรัฐฯ ย้ำผลการประชุมเฟด ย้ำว่าจะยังตรึงอัตราดอกเบี้ย ในระดับต่ำเป็นพิเศษต่อไป และจะดำเนินมาตรการ QE ต่อไป โดยเฟดจะยังคงซื้อพันธบัตรต่อไปเดือนละ 8.5 หมื่นล้านดอลลาร์ จนกว่าแนวโน้มการจ้างงานจะดีขึ้นเป็นอย่างมาก
โดยเฟดระบุถึงตลาดแรงงานของสหรัฐฯในขณะนี้ว่า ยังคงมีการฟื้นตัวขึ้นเล็กน้อย และในแถลงการณ์หลังการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ ได้ระบุถึงการขยายตัวทางเศรษฐกิจสหรัฐฯว่า อาจประสบภาวะชะลอตัวชั่วคราว โดยก่อนที่จะทราบผลการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐฯนั้น มีการประกาศจีดีพีไตรมาส 4 ของสหรัฐฯออกมาต่ำกว่าที่ตลาดประเมิน จีดีพีไตรมาส 4 ของปี 2555 ของสหรัฐฯที่หดตัวลง 0.1% ถือเป็นการหดตัวครั้งแรก นับตั้งแต่ไตรมาส 2 ของปี 2009 ตั้งแต่เกิดวิกฤติแฮมเบอร์เกอร์ กดดันค่าเงินดอลลาร์อ่อนค่าลง และเป็นปัจจัยบวก ที่ทำให้ราคาทองคำดีดตัวขึ้นไปสูงสุดที่ 1,685 ดอลลาร์ต่อออนซ์ อย่างไรก็ดีในช่วงท้ายสัปดาห์ เริ่มมีแรงเทขายทำกำไรหลังจากที่ตลาดทองคำปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่องติดต่อกัน
สัปดาห์หน้าติดตามการประชุมธนาคารกลางยุโรปและการประมูลพันธบัตรสเปนอายุ 10 ปี ขณะที่ฝั่งสหรัฐฯ ไม่มีการประกาศตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญมากนัก นอกจากตัวเลขดัชนี ISM ภาคการบริการและดุลการค้าเดือนธันวาคม
สำหรับการประชุมธนาคารกลางยุโรป คาดว่าจะตรึงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่เดิม 0.75% และคาดธนาคารกลางยุโรป ไม่น่าจะมีการออกมาตรการเพิ่มเติม การประมูลพันธบัตรสเปนอายุ 10 ปีคาดว่าน่าจะมีอัตราผลตอบแทนที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งในสัปดาห์นี้การประมูลพันธบัตรอิตาลีอายุ 10 ปีมีอัตราผลตอบแทนที่ลดลงเหลือ 4.17% จากที่ประมูลครั้งก่อนอยู่ที่ระดับ 4.48%
นอกจากนี้ธนาคารในยุโรปมีการจ่ายคืนหนี้ 1.37 แสนล้านยูโร ให้แก่ธนาคารกลางยุโรป ซึ่งเป็นวงเงินที่สูงกว่าที่คาดไว้ โดยปัจจัยดังกล่าวทำให้นักลงทุน เชื่อมั่นว่าระบบธนาคารของยูโรโซน กำลังเริ่มมีเสถียรภาพ สถานการณ์ในยุโรปที่ดีขึ้นช่วงนี้ สามารถเรียกความเชื่อมั่นของนักลงทุนจะทำให้ค่าเงินยูโรแข็งค่าขึ้น และเป็นปัจจัยหนุนต่อราคาทองคำได้ โดยราคาทองคำมีแนวต้านอยู่ที่บริเวณ 1,675 และ 1,685-1,690 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ตามลำดับ ขณะที่แนวรับอยู่ที่ 1,650 และ 1,635-1,640 ดอลลาร์ ต่อออนซ์ ตามลำดับ
ข่าวจาก : ไทยรัฐออนไลน์
แรงขายทำกำไรฉุดทองคําโลกร่วงหนัก ทองไทยบาทแข็งร่วมกดดันลงแรง
ทองคำโลก-ไทยพุ่งนิวไฮแรง หลังทรัมป์ประกาศภาษีตอบโต้ทั่วโลก
แรงขายฉุดทองคําลดลงระยะสั้น แนวโน้มยังสดใส ทองไทยบาทอ่อนหนุน
แรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัยหนุทองคําโลก-ไทยพุ่งแรงนิวไฮต่อเนื่อง
ทองคําขึ้นนิวไฮต่อเนื่อง จับตามาตราการภาษีสหรัฐหนุนแรงซื้อ
แรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัยปัจจัยหนุนทองคําโลก-ไทยเพิ่มขึ้นนิวไฮ
กังวลสงครามการค้าทวีความรุนแรงหนุนแรงซื้อทองคําโลก-ไทยนิวไฮ
ราคาทองตามประกาศสมาคมค้าทองคำ
96.5% | รับซื้อ | ขายออก |
---|---|---|
ทองคำแท่ง | 50,100.00 | 50,200.00 |
ทองรูปพรรณ | 49,194.20 | 51,000.00 |
วันนี้ -450 | 100 | |
04 เมษายน 2568 | เวลา 17:11 น. | (ครั้งที่ 22) |
เรื่องที่เกี่ยวข้อง: ข่าวราคาทองคำ, ข่าวเศรษฐกิจ